ศูนย์รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
ภัยคุกคามทางไซเบอร์

FBI ร่วมกับหน่วยงานระหว่างประเทศยึดโครงสร้างพื้นฐาน Virtualine หลังพบให้บริการ Hosting สนับสนุนอาชญากรรมไซเบอร์

30 ตุลาคม 2569•6 ครั้ง•ThaiCERT
FBI ร่วมกับหน่วยงานระหว่างประเทศยึดโครงสร้างพื้นฐาน Virtualine หลังพบให้บริการ Hosting สนับสนุนอาชญากรรมไซเบอร์

สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) ร่วมกับหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศ ดำเนินปฏิบัติการยึดโดเมนหลักของ Virtualine ซึ่งเป็นผู้ให้บริการ Bulletproof Hosting ที่ถูกใช้สนับสนุนกิจกรรมอาชญากรรมไซเบอร์ โดยบริการดังกล่าวยังดำเนินงานภายใต้ชื่อ Secury, Massgod, Spamhouse, Lanedo และ Omegatech พร้อมโฆษณาบน Cybercrime Forum ว่าสามารถให้บริการ Hosting ที่ปกป้องลูกค้าจากการร้องเรียนทางกฎหมายและคำขอจากหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) ระบุว่า Virtualine อนุญาตให้ลูกค้าใช้โครงสร้างพื้นฐานสำหรับกิจกรรมผิดกฎหมาย เช่น Phishing, Spam, Carding และ Port Scanning โดย FBI ได้ยึดโดเมน virtualine[.]net ภายใต้ความร่วมมือกับตำรวจเยอรมนี ตำรวจเนเธอร์แลนด์ สำนักงานอาชญากรรมแห่งชาติของสหราชอาณาจักร (NCA) รวมถึงหน่วยงานภาคเอกชน OverRIPE และ Lumen

จากการสอบสวนพบว่า Virtualine มีความเชื่อมโยงกับโครงสร้างพื้นฐานที่ใช้ดำเนินกิจกรรม Ransomware, Botnet, Infostealer และ Phishing รวมถึงการเผยแพร่เนื้อหาการล่วงละเมิดทางเพศ โดยเจ้าหน้าที่กล่าวหาว่าผู้ให้บริการรับทราบถึงการใช้ระบบ Hosting สำหรับเผยแพร่เนื้อหาผิดกฎหมายดังกล่าว แต่ไม่ได้ดำเนินการตามคำแจ้งเตือนหลายครั้ง และยังช่วยผู้ดูแลเว็บไซต์จัดตั้งเว็บไซต์ใหม่หลังเผชิญแรงกดดันทางกฎหมาย อย่างไรก็ตาม ผู้ดูแล Virtualine ได้ออกแถลงการณ์ปฏิเสธข้อกล่าวหาผ่านเว็บไซต์แห่งใหม่ ขณะเดียวกัน บริษัท Blockchain Intelligence ชื่อ Chainalysis รายงานว่าพบธุรกรรม Bitcoin ที่เชื่อมโยง Virtualine กับกลุ่ม Ransomware โครงสร้างพื้นฐาน Infostealer ตลาดผิดกฎหมาย และแพลตฟอร์มหลอกลวง โดยบริการดังกล่าวรับชำระเงินผ่าน Unhosted Wallet และมีรายงานพฤติกรรมการฟอกเงินเพื่อปกปิดที่มาของเงิน ส่วนบริษัท TRM ระบุว่าประมาณ 5% ของกระแสเงินที่เกี่ยวข้องกับ Virtualine มาจากกลุ่ม Ransomware และประมาณ 44% เชื่อมโยงกับตลาดยาเสพติดผิดกฎหมายของรัสเซีย รวมถึงพบธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกับ StealC Infostealer

ด้านตำรวจเนเธอร์แลนด์เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้ยึด Physical Server หลายสิบเครื่องในจังหวัด Limburg ส่งผลให้ Virtual Server หลายร้อยเครื่องหยุดให้บริการ พร้อมตรวจยึดข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับลูกค้าของ Virtualine มากกว่า 3,000 ราย เพื่อนำไปใช้ในการสอบสวนและดำเนินการกับผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม โดยเจ้าหน้าที่ระบุว่าแพลตฟอร์มดังกล่าวถูกใช้สนับสนุนอาชญากรรมไซเบอร์มาตั้งแต่ปี 2565 เป็นอย่างน้อย ทั้งนี้ แม้ Virtualine จะยังมีบางส่วนของบริการที่ออนไลน์อยู่ แต่นักวิจัยพบว่าการเข้าถึงเครือข่ายของผู้ให้บริการลดลงอย่างมาก สะท้อนว่าโครงสร้างพื้นฐานจำนวนมากอาจไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ โดยปฏิบัติการครั้งนี้มุ่งลดความสามารถของผู้ให้บริการ Bulletproof Hosting ที่เอื้อให้อาชญากรไซเบอร์ใช้โครงสร้างพื้นฐานในการโจมตีและหลีกเลี่ยงการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

แหล่งข่าว : https://www.bleepingcomputer.com/news/security/police-seize-virtualine-bulletproof-service-tied-to-ransowmare-cybercrime/

แหล่งที่มาข้อมูล: ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT) — อ่านประกาศต้นฉบับ
เนื้อหาข่าวโดย: ThaiCERT (ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ)ภาพถ่ายโดย: ThaiCERT
แชร์ข่าวสารนี้: