ศูนย์รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ มหาวิทยาลัยพะเยา
HIGHCVSS 8.1TLP:CLEAR
UPCYBER-ADV-2026-048
26 กันยายน 256949 ครั้ง

แจ้งเตือนช่องโหว่ความปลอดภัยระดับความรุนแรงสูงใน WordPress Core (CVE-2026-87902)

CISA KEV: WordPress Core Remote File Inclusion Vulnerability in WordPress Core (CVE-2026-87902)

8.1
CVSS v3.x Score
HIGH SEVERITY
ประเภทภัยคุกคาม
มัลแวร์และไวรัส (Malware / Trojan)
แหล่งที่มาข้อมูล
CVE-2026-87902CWE-98Vector: CVSS:3.1/AV:N/AC:H/PR:N/UI:N/S:U/C:H/I:H/A:H
บทสรุปภาพรวม (Executive Summary)

ศูนย์รักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ มหาวิทยาลัยพะเยา ขอแจ้งเตือนช่องโหว่ความปลอดภัยรหัส CVE-2026-87902 ในระบบ WordPress Core ซึ่งเป็นช่องโหว่ประเภท Remote File Inclusion (CWE-98) ที่ช่วยให้ผู้โจมตีที่ไม่มีการยืนยันตัวตน (Unauthenticated Attacker) สามารถหลอกกระบวนการประมวลผลเทมเพลตหน้าเว็บให้เรียกไฟล์ .php ภายนอกไดเรกทอรีของธีมได้ ช่องโหว่นี้มีความรุนแรงระดับสูงตามคะแนน CVSS 8.1 และมีการตรวจพบการแสวงหาประโยชน์ในทางปฏิบัติแล้ว ซึ่งอาจนำไปสู่การรันคำสั่งอันตรายบนระบบ (Remote Code Execution) ได้ทันทีหากเงื่อนไขของเซิร์ฟเวอร์เอื้ออำนวย

ตารางวิเคราะห์ระบบที่ได้รับผลกระทบและการแก้ไข (Matrix)
ผลิตภัณฑ์และเวอร์ชันที่พบช่องโหว่ (Affected)
WordPress Core
เวอร์ชันที่ได้รับการแก้ไขแล้ว (Fixed / Patched)
อัปเดตเป็นเวอร์ชันล่าสุดจาก WordPress หรือเวอร์ชันที่ได้รับการแก้ไขตามคำแนะนำของผู้พัฒนาอย่างเป็นทางการ
รายละเอียดช่องโหว่และรูปแบบการโจมตี

รายละเอียดทางเทคนิคของช่องโหว่ (Vulnerability Details)

ช่องโหว่ความปลอดภัยรหัส CVE-2026-87902 มีสาเหตุมาจากความบกพร่องในกระบวนการทำงานของฟังก์ชัน get_page_template() ภายใน WordPress Core ที่เกี่ยวข้องกับการความคุมและการแก้ไขปัญหาการจับคู่เทมเพลตหน้าเว็บ (Page-template resolution)

กลไกการโจมตี (Exploitation Mechanism):

  • ผู้โจมตีที่ไม่จำเป็นต้องมีบัญชีผู้ใช้งานหรือการยืนยันตัวตนใด ๆ (Unauthenticated Attacker) สามารถส่งคำขอพิเศษเข้ามายังระบบเพื่อบังคับให้ฟังก์ชัน get_page_template() ทำการรวม (Include) ไฟล์สคริปต์ภาษา PHP ที่อ่านได้ (.php) ซึ่งถูกจัดเก็บไว้ภายนอกขอบเขตไดเรกทอรีของธีมที่ใช้งานอยู่ (Active Theme Directories)
  • หากสภาพแวดล้อมของเซิร์ฟเวอร์และธีมที่กำลังใช้งานมีเงื่อนไขหรือการตั้งค่าที่เอื้ออำนวย ช่องโหว่นี้จะยกระดับความรุนแรงขึ้นจนทำให้ผู้โจมตีสามารถสั่งประมวลผลคำสั่งอันตรายจากระยะไกลได้สำเร็จ (Remote Code Execution - RCE)

ผลกระทบต่อองค์กร (Potential Impact):

  • สูญเสียการควบคุมระบบเว็บไซต์ทั้งหมด เนื่องจากผู้โจมตีสามารถเข้าถึงและควบคุมเซิร์ฟเวอร์ที่ติดตั้ง WordPress ได้จากระยะไกล
  • ความลับและความถูกต้องของข้อมูลภายในเว็บไซต์และฐานข้อมูลอาจถูกขโมย แก้ไข หรือลบทำลาย
  • อาจถูกใช้เป็นฐานในการโจมตีระบบเครือข่ายภายในองค์กรหรือแพร่กระจายมัลแวร์ต่อไปยังผู้ใช้งานเว็บไซต์
ข้อเสนอแนะและมาตรการการปฏิบัติ (Recommendations & Workarounds)

แนวทางการปฏิบัติและการบรรเทาผลกระทบ (Mitigation & Recommendations)

  • อัปเดตระบบทันที (Patch Management): ดำเนินการอัปเดต WordPress Core ไปยังเวอร์ชันล่าสุดที่ได้รับการแก้ไขช่องโหว่จากทางผู้พัฒนาอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันการตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีตามกำหนดเวลาของหน่วยงานกำกับดูแล
  • ตรวจสอบการตั้งค่าเซิร์ฟเวอร์ (Server Configuration): ตรวจสอบสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์และไดเรกทอรีบนเซิร์ฟเวอร์ (File Permissions) พร้อมทั้งจำกัดการอนุญาตให้รวมไฟล์จากภายนอก (Allow URL Include) ในการตั้งค่า PHP (php.ini) ให้เป็น Off เสมอ
  • จำกัดการเข้าถึง (Access Control): จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงหน้าผู้ดูแลระบบ (wp-admin) และจำกัดการเข้าถึงเครือข่ายภายนอกที่ไม่มีความจำเป็นด้วย Web Application Firewall (WAF) เพื่อช่วยกรองคำขอที่ผิดปกติ
  • เฝ้าระวังและตรวจสอบความผิดปกติ (Monitoring & Triage): ตรวจสอบ Log ของเว็บเซิร์ฟเวอร์เพื่อหาพฤติกรรมหรือคำขอที่พยายามเข้าถึงไฟล์ภายนอกธีม รวมถึงดำเนินการทำ Forensics Triage หากพบความผิดปกติบนระบบตามแนวทางปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง
แชร์การแจ้งเตือนนี้: